เมนูหลัก...
Choose language...
พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจกับลูกค้าของเรา
เริ่มจากฟาร์มเล็กๆ แบบครอบครัวกลายเป็นฟาร์มสัตว์ปีกในเชิงพาณิชย์ พวกเราเป็นฝ่ายจัดหาอุปกรณ์ให้แก่ผู้ใช้ – ทุกภูมิภาคในโลกนี้ Big Dutchman เป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์โรงเรือนทุกชนิดให้แก่ผู้ใช้มากกว่าหมื่นราย แม้ว่าฟาร์มที่เลี้ยงจะมีขนาดเป็นหมื่นตัว สองหมื่นตัว สองแสนตัวหรือสองล้านตัว เราก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างอะไร เพราะสิ่งที่เราเน้นคือคุณภาพเป็นสำคัญ ไม่ใช่ปริมาณเท่านั้น และพวกเรามีทางออกสำหรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งปัญหาเหล่านั้นส่วนมากก็ได้ทำการติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถดูตัวอย่างได้จากที่นี่:
ประสิทธิภาพในการฟักไข่ของไก่รุ่น
อุปกรณ์ Big Dutchman ในโรงเรือนไก่รุ่น 5 หลัง จำนวน 84,000 ตัว

บริษัท Rothkötter Kraftfutterwerk GmbH ได้จัดวางรูปแบบงานสำหรับวันเปิดบริษัท โดยการเริ่มสร้างโรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่รุ่นจำนวน 5 หลัง มีพื้นที่รองรับไก่ทั้งหมดถึง 84,000 ตัว พร้อมมอบความไว้วางใจให้กับบริษัท Meppen และ Big Dutchman ในการดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ครบวงจรสำหรับการเลี้ยงไก่รุ่น รวมถึงติดตั้งเครื่องมือสำหรับติดตามการเจริญเติบโต และการฟักไข่ของทั้งไก่เนื้อและไก่พันธุ์
จากความพยายามและการทดสอบการใช้งานของ Big Dutchman ทำให้มั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ใช้ในโรงเรือนไก่ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์รุ่นคลาสสิกหรือรุ่นโมเดิร์นล้วนแต่ใช้งานได้ดีทั้งสิ้น เห็นได้ชัดในกรณีของโซ่อาหาร CHAMPION ซี่งเป็นอุปกรณ์รุ่นซีเนียร์ของ Big Dutchman ที่มีบันทึกการใช้งานตั้งแต่ 70 ปีที่แล้วว่าเป็นอุปกรณ์ที่ขายดีทั่วโลก สามารถลำเลียงอาหารได้รวดเร็วและสม่ำเสมอจากต้นจนถึงท้ายเล้า นอกจากนี้การที่โซ่ลำเลียงอาหารไปถึงไก่ได้ตัวต่อตัว จึงส่งผลให้น้ำหนักของไก่แต่ละตัวได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน ยิ่งไปกว่านั้น การที่ระบบให้อาหารอัตโนมัติโดยใช้โซ่ลำเลียงถูกติดตั้งบนเสาสแตนเลส สตีล ที่สามารถปรับระดับความสูงได้ ยังทำให้กระบวนการฉีดวัคซีนแก่ไก่เป็นเรื่องง่ายอีกด้วย
นอกจากระบบโซ่ที่มีอายุกว่า 70 ปีข้างต้นแล้ว ระบบการจัดการและควบคุม Amacs ซึ่งแม้จะเพิ่งมีอายุเพียง 10 ปี แต่ประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ชนิดนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ซี่งเป็นพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ปรับปรุงใช้กับอินเตอร์เน็ต ทำให้การจัดการภายในฟาร์ม รวมถึงการควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ของระบบง่ายเพียงแค่ใช้เม้าส์คลิก
Amacs ถือเป็นคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ของ Big Dutchman ที่ใช้สำหรับควบคุมการจัดการภายในฟาร์ม มีหลักการทำงานภายใต้พื้นฐานเทคโนโลยีสื่อสารและเทคนิคติดต่อแบบเครือข่าย มีการเก็บข้อมูลไว้อย่างถาวร มีระบบดูแลและควบคุมภายในโรงเรือนที่แสดงผลเป็นปัจจุบัน สามารถควบคุมระบบภายในโรงเรือนได้พร้อมกันทีละหลายโรงเรือนไม่ว่าโรงเรือนนั้น ๆ จะตั้งอยู่ในเขตเดียวพื้นที่เดียวกัน หรือต่างเขตพื้นที่ ต่างเวลา ในกรณีดังกล่าวการควบคุมจะเปลี่ยนเป็นการควบคุมทางไกลโดยใช้รีโมตคอนโทรล ถือได้ว่า Big Dutchman สามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ตาสามารถมองเห็นได้โดยผ่านผลที่แสดงออกมาในรูปแบบกราฟ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่การันตีความมีประสิทธิภาพในการจัดการภายในโรงเรือน และผลการทำงานของระบบให้อาหาร ระบบการให้น้ำ รวมถึงระบบระบายอากาศได้เป็นอย่างดี Amacs ยังสร้างผลด้านบวกในแง่ของการจัดการเวลาและลูกจ้างในฟาร์ม เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับทุกขนาดโรงเรือน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ และยังสามารถปรับใช้กับฟาร์มที่กำลังขยายในภายภาคหน้าได้ด้วย ระบบต่าง ๆ ภายในคอมพิวเตอร์ถูกสร้างขึ้นให้สามารถเก็บรวมรวบข้อมูลต่าง ๆ เพื่อใช้สำหรับการวิเคราะห์และเปรียบเทียบได้ ยิ่งไปกว่านั้นในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีการขยายต่อความสามารถของ Amacs ให้มีการรับส่งข้อความจากเครื่องส่งสัญญาณบอกเหตุผ่านทางมือถือภายใต้รูปแบบอีเมล์ได้อีกด้วย





โรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อจำนวน 18 หลังติดตั้งด้วยอุปกรณ์ Big Dutchman เปิดแล้วในประเทศเวียดนาม
ฟาร์มฮุงทำพิธีเปิดโรงเรือนเลี้ยงไก่พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ครบครันอย่างเป็นทางการแล้ว

เมื่อเร็วๆ นี้ ฟาร์มฮุงซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าของซีพีเวียดนาม ได้มีการเฉลิมฉลองทำพิธีเปิดโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อแห่งใหม่ ซึ่งซีพี เวียดนามถือได้ว่าเป็นบริษัทสาขาของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) ในประเทศไทยเครือซีพีนับได้ว่าเป็นกลุ่มธุรกิจการเกษตรที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่ง ฟาร์มฮุงประกอบด้วยโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อที่ทันสมัยด้วยอุปกรณ์ที่ครบครันจำนวน 18 หลังตั้งอยู่ที่เมือง Dong Xoai จังหวัดบินห์เยือง ซึ่งอยู่ทางเหนือของนครโฮจิมินห์ ทั้งนี้ Big Dutchman เอเชีย เป็นผู้จัดหาระบบอุปกรณ์จัดการโรงเรือนที่ทันสมัยและระบบควบคุมสภาวะแวดล้อมทั้งหมดให้แก่ฟาร์มฮุง
โดยในพิธีเปิดโรงเรือนแห่งใหม่นี้มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 ท่าน ได้แก่ นาย Vu Manh Hung ประธานฟาร์มฮุง นายสุขสันต์ เจี่ยมใจสว่างเลิศ รองประธานบริษัทซีพี เวียดนาม และยังมีคณะผู้แทนจากกระทรวงเกษตรของเวียดนาม ได้แก่นาย Nguyen Duc Kien และ นาย Nguyen Dang Vang รวมทั้งนายไบรอัน แมคควอลี่ ตำแหน่งรองประธานกรรมการบริษัทฝ่ายขายและการตลาด ในภูมิภาคเอเชีย ตัวแทนจากบริษัท BD เอเชีย ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทสาขาของ Big Dutchman
"พวกเราขอแสดงความยินดีกับ นาย Vu Manh Hung สำหรับในโอกาสพิเศษเช่นนี้ พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่กลุ่มซีพีได้ให้ความไว้วางใจในการเลือกใช้สินค้าของเรา นับได้ว่าเป็นโอกาสอันดีที่เราได้สร้างความสัมพันธ์ให้กระชับแน่นยิ่งขึ้นไปอีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการที่สำคัญเช่นนี้ ความสำเร็จของโครงการเลี้ยงไก่เนื้อจำนวน 18 หลังนี้นับได้ว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญของประเทศเวียดนาม ซึ่งถือได้ว่าเป็นฟาร์มที่ทันสมัยแห่งแรกในเขตพื้นที่นี้”นายไบรอันกล่าวถึงโรงเรือนแห่งใหม่
และหลังจากวิทยากรต่างๆ ได้กล่าวคำปราศรัยเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วพิธีจบลงอย่างเป็นทางการด้วยการเซ็นสัญญาระหว่างฟาร์มฮุงและบิ๊ก ดัชแมน ซึ่งฟาร์มฮุงเป็นฟาร์มที่เลี้ยงทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่และสุกร โดยหลังจากทางฟาร์มได้พาแขกเข้าเยี่ยมชมฟาร์มแและดูการสาธิตอุปกรณ์ฟาร์มต่างๆ แล้วนั้น ได้มีการตัดริบบิ้นเพื่อทำพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ


ครอบครัว Ottenweß เปิดโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อจำนวน 7 หลัง
คำชมเชยสำหรับอุปกรณ์ Big Dutchman

คำชมเชยจาก Lower Saxon เมือง Cappeln ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนี: ครอบครัว Ottenweß ได้เปิดโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อจำนวน 7 หลังเมื่อเร็วๆ นี้และได้เลือกใช้อุปกรณ์ของ Big Dutchman: “ด้วยเทคโนโลยี การบริการ และการร่วมมือกันทั้งหมดนี้ส่งผลให้งานออกมาเป็นอย่างดี” ทำไมพวกเราต้องมองหาตลาดต่างชาติในเมื่อผู้นำตลาดแนวหน้าของโลกอยู่ที่นี่? Werner Ottenweß กล่าวสรุปสำหรับการตัดสินใจของครอบครัวที่ทำสัญญากับบริษัทชั้นแนวหน้าของโลกจากเมือง Vechta Big Dutchman มีโปรแกรมผลผลิตที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงไก่เนื้อเริ่มตั้งแต่การใช้ระบบควบคุมการให้อาหารสัตว์ด้วยคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีการควบคุมสภาวะอากาศแบบสมัยใหม่ รวมทั้งซอฟท์แวร์สำหรับใช้ในการจัดการโรงเรือนจนกระทั่งระบบทำความสะอาดอากาศเสียเพื่อสภาวะแวดล้อมที่สะอาด
โรงเรือนหลังใหม่ซึ่งมีขนาดความกว้าง 18 เมตร ครอบครัว Ottenweß ได้แบ่งเป็น 2 ส่วนๆ ละ 47.5 เมตร สามารถเลี้ยงไก่เนื้อได้จำนวนทั้งหมด 42,000 ตัว แต่ละส่วนของโรงเรือนติดตั้งอุปกรณ์ระบบให้อาหารอัตโนมัติด้วยสกรูดึงอาหาร จำนวน 4 แถว รวมทั้งจานให้อาหารสัตว์ Fluxx (อุปกรณ์ขายดีทั่วโลก) สำหรับความสะอาดและการลำเลียงน้ำที่เชื่อถือได้นั้นแต่ละส่วนถูกติดตั้งด้วยระบบให้น้ำแบบหัวจุ๊บจำนวน 8 แถว โดยทั้งแถวให้อาหารสัตว์และน้ำดื่มสามารถถูกดึงขึ้นได้อย่างอัตโนมัติ รวมทั้งชุดแขวนสามารถปรับได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนั้นเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับควบคุมสภาวะอากาศ ครอบครัว Ottenweß ยังได้เลือกใช้โปรแกรมของ Big Dutchman ที่ขายดีเป็นอย่างมาก: ไวเปอร์ คอมพิวเตอร์สำหรับควบคุมสภาวะอากาศและผลผลิต ระบบทำให้อากาศเย็น เครื่องพ่นไอน้ำ รวมทั้ง ซอฟท์แวร์ระบบ InfoMatic ช่วยให้แน่ใจได้ว่าระบบคอมพิวเตอร์ช่วยควบคุมสภาวะอากาศและผลผลิตได้เป็นอย่างดี
เชื่อว่าเป็นระบบไก่ไข่ที่สูงที่สุดในโลก
โรงเรือนหลังใหม่สำหรับไก่เข่จำนวน 150000 ตัว

Grupo Avicola la Cresta เป็นผู้ผลิตไข่รายสำคัญของประเทศสเปน ได้เพิ่มจำนวนการเลี้ยงไก่มากขึ้นอย่างมาก: ไก่ไข่จำนวน 150,000 ตัว แบ่งเป็น 7 แถว จำนวน 12 ชั้น ด้วยฝ้าเพดานสองชั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นระบบเลี้ยงไก่ไข่ที่สูงที่สุดก็ว่าได้ โรงเรือนแห่งใหม่นี้มีจำนวนไก่ทั้งหมด 1 ล้านตัวและนับได้ว่าเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่และติดตั้งที่ทันสมัยที่สุดในประเทศสเปน โรงเรือนหลังใหม่นี้มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่เป็นไปตามกฎของ EU สำหรับระบบการเลี้ยงไก่ไข่ตามปี 2012 ณ เมือง Sinarcas ในประเทศสเปนฝั่งตะวันออก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมือง Valencia ท่าเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ด้วยนโยบายการเลี้ยงไก่ไข่แบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขทางสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคในพื้นที่การเลี้ยง ขนาดที่ไม่ปกติรวมทั้งความต้องในการของโรงเรือนส่งผลลให้ผู้จัดการโครงการได้ร่วมมือกับ Big Dutchman ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญ มีความรู้และชำนาญในธุรกิจนี้
EU – สอดคล้องกับการจัดการระบบไก่ไข่
Grupo Avicola la Cresta ได้ตัดสินใจติดตั้งระบบ EUROVENT EU สำหรับระบบโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ แบตเตอร์รี่สายพานลากขี้ไก่ของ Big Dutchman เป็นอุปกรณ์ที่สอดคล้องกับกฏของ EU 1999/74 ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิว ความสูงของระบบและอุปกรณ์ต่างๆเช่น ที่วางไข่และหญ้าเทียมรองพื้น ส่งผลให้ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ในเมือง Lower Saxony สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ผลิตไข่ได้เป็นอย่างดี ทั้งโรงเรือนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเลี้ยงไก่ พร้อมทั้งการผลิตไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกสุขลักษณะด้วย
ประสิทธิภาพระบบไก่ไข่และสุขภาพไก่ที่ดีด้วยระบบแสงสว่างที่เหมาะสม
ด้วยระบบแสงช่วยควบคุมการวางไข่ของแม่ไก่ได้อย่างเหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพในการวางไข่และสุขภาพที่ดีของไก่ไข่: หลอดไฟแนวตั้งที่ติดตั้งอยู่บริเวณริมทางเดินด้วยระยะห่างเป็นระยะๆ ช่วยให้แน่ใจว่ามีระดับแสงสว่างที่สม่ำเสมอกัน หลอดไฟนั้นถูกติดตั้งบริเวณหน้าแผ่นหญ้าเทียม ส่วนที่วางไข่อยู่บริเวณที่ทึบแสงเพื่อที่แม่ไข่จะไม่ถูกรบกวนระหว่างการวางไข่ หลังจากย้ายไก่เข้าไปแล้ว สามารถหมุนปรับระดับความสูงหลอดไฟได้เองด้วยมือหรือใช้มอเตอร์ก็ได้ ทั้งนี้ในการปรับความเข้มของแสงสำหรับช่วงแตกต่างของวันสามารถปรับให้เหมาะสมได้ด้วยการเลียนแบบแสงอาทิตย์
การระบายอากาศแบบผสมผสานเพื่อสภาวะอากาศที่เหมาะสม
แม้ว่าความแตกต่างของอุณหภูมิในเมือง Sinarcas จะมากถึง 55 องศาในช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาวแต่สิ่งนี้ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับการใช้อุปกรณ์ของ Big Dutchman ผลที่ได้ทำให้ไก่มีสุขภาพที่ดี มีผลผลิตที่สูงตลอดทุกฤดูกาลรวมทั้งอัตราแลกเนิ้อที่ดีด้วย เหตุผล: ด้วยนวัตกรรมระบบระบายอากาศแบบผสมผสานสำหรับอุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์ปีกและสุกรซึ่งเป็นการรวมกันของระบบระบายอากาศ 2 ระบบที่แตกต่างกัน: เมื่ออุณหภูมิภายนอกโรงเรือนต่ำ การระบายอากาศเป็นแบบด้านข้างช่วยให้การระบายอากาศเป็นแบบแรงดันลบคงที่ซึ่งส่งผลให้ภายในโรงเรือนมีอุณหภูมิที่สม่ำเสมอกัน ด้วยการทำงานระหว่างอุปกรณ์การนำอากาศเข้าและระบายอากาศออกรวมทั้งระบบให้ความร้อน เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูง การระบายอากาศเป็นแบบอุโมงค์ลม ความเร็วลมเป็นระดับที่เหมาะสมกับไก่ส่งผลให้เกิดความเย็นที่เกิดจากลม ช่วยให้แน่ใจว่าอากาศเย็นลงนำไปสู่การประหยัดพลังงาน ทั้งนี้อากาศสามารถถูกทำให้เย็นลงได้ด้วยเยื่อกระดาษทำความเย็น ระบบสามารถเปลี่ยนวิธีการควบคุมเป็นแบบด้านข้างและแบบอุโมงค์ลมและในทางกลับกันได้เพื่อให้การปรับเปลี่ยนอุณหภูมิเป็นไปอย่างเหมาะสม




อุโมงค์เป่ามูลสัตว์ให้แห้งทำงานได้อย่างดีเยี่ยม
กรรมวิธีการย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้ง จากโรงงานก๊าซชีวภาพ

การผลิตกำลังไฟฟ้าจากพลังงานที่นำมาใช้ใหม่มี ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในประเทศเยอรมันเช่นเดียวกับระดับประชาชาติ มันจึงไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจเลยสำหรับสำหรับโรงงานก๊าซชีวภาพเพิ่ม มากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับโรงงานไฟฟ้าผลิตจากกำลังลมและแสงอาทิตย์ ในส่วนด้านเกษตรกรรม โรงงานก๊าซชีวภาพถือว่าเป็นแหล่งที่เพิ่มรายได้ให้กับหลายๆ ฟาร์มนอกจากผลผลิตทางด้านพืชผลและปศุสัตว์แล้ว เมื่อมีการผลิตกำลังไฟฟ้าและความร้อนจากสิ่งมีชีวิตในโรงงานก๊าซชีวภาพ กรรมวิธีการย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้งซึ่งทำให้ได้ก๊าซเกิดขึ้น 5-15% ซึ่งก็คล้ายคลึงกับการย่อยแบบของเหลว
ทั้งนี้การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้งให้เพียงพอเป็น สิ่งที่จำเป็น รวมทั้งพื้นที่ผิวหน้าที่ไว้สำหรับตากมูลสัตว์ให้แห้งก็จำเป็นต้องจัดหาให้ เพียงพอเช่นกัน ทั้งนี้ฟาร์มที่มีการเลี้ยงสัตว์อย่างหนาแน่นพบปัญหาในเรื่องพื้นที่เนื่อง จากพื้นที่ผิวหน้าที่มีอยู่ได้ถูกใช้สำหรับการกระจายมูลสัตว์อยู่แล้ว
การใช้สารอาหารให้เหมาะสมที่สุดจากโรงงานก๊าซชีวภาพ
ณ ปัจจุบัน ด้วยการย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้ง ส่วนประกอบส่วนที่หยาบถูกแยกออกด้วยสกรูที่กดทับและการทำให้แห้งไป ในกระบวณการนี้มูลสัตว์ที่แห้งแล้วสามารถเข้ากันได้เพียง 10 – 15 เปอร์เซนต์ของปริมาณรวมทั้งหมดของการย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้งโดยส่วนอื่นๆ ที่เป็นส่วนของเหลวจะถูกแยกออกไป
Ludger Möllenbeck จาก Füchtorf ใน Nordrhein-Westfalen ประเทศเยอรมนี เขาทราบปัญหานี้อยู่แล้ว ซึ่งโรงงานก๊าซชีวภาพของเขาได้เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายในปี 2002 ทั้งนี้เกษตรกรได้จัดการกับเรื่องนี้มาเป็นเวลา 20 ปีแล้ว “ในปี 1984 ผมได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องก๊าซชีวภาพเป็นครั้งแรก” เขากล่าว
ใครก็ตามที่ได้รู้จัก Ludger Möllenbeck จะรู้ว่าเค้าเป็นคนที่เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพและเป็นคนที่มีความคิดอย่างมาก และทั้งยังรู้ว่าจะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงให้เหมาะสมกับ หุ้นส่วนได้อย่างไร จากข้อเท็จจริงที่ว่า การย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้งไม่สามารถแยกได้อย่างง่ายดายเช่นเดียวกับการย่อย แบบเหลว และสารที่เป็นมลภาวะในรูปของเหลว ก๊าซแอมโมเนีย (NH) ซึ่งยังคงเป็นปัญหาอยู่ โครงการทดสอบได้เริ่มต้นขึ้นภายใต้ การเข้าร่วมทางด้านวิทยาศาสตร์กับ University of Applied Sciences Münster ประเทศเยอรมนี ในหัวข้อ: “การใช้สารอาหารจากโรงเรือนก๊าซชีวภาพด้วยตัวดักจับแอมโมเนียและการย่อยสลาย มูลสัตว์แบบแห้ง” โครงการนี้ได้รับเงินอุดหนุนจากสหพันธ์ช่วยเหลือปกป้องผู้บริโภค ด้านอาหารและการเกษตรกรรม
เกิดอะไรขึ้นเมื่อแอมโมเนียระเหยเป็นไออย่างรวดเร็ว?
เป้าหมายเพื่อที่จะทำให้การย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้ง จากโรงงานก๊าซชีวภาพและเพื่อที่จะให้ประหยัดค่าขนส่งวัสดุด้วย แรกสุดมีคำถามว่าควรที่จะทำอย่างไรกับการระเหยของก๊าซแอมโมเนียอย่างรวดเร็ว ในกระบวนการทำให้แห้ง
การทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทก๊าซชีวภาพ Nord GmbH และ University of Applied Sciences Münster ภายใต้แนวทางของศาตราจารย์ดอกเตอร์ Christof Wetter ได้มีการพัฒนาวิธีการแยกก๊าซแอมโมเนียออกจาก การย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้ง ด้วยเครื่องดูด วิธีการนี้เรียกว่า การดักจับ NH3 สามารถช่วยให้อัตราการแยกของ NH3 เร็วขึ้นกว่าเดิมเมื่อเทียบกับวิธือื่นๆที่ประยุกต์ใช้อยู่ ผลที่ได้ช่วยให้น้ำแอมโมเนียมีความเข้มข้นสูงขึ้นซึ่งสามารถใช้เป็นปุ๋ยใน การทำเกษตรกรรมได้อย่างดีเยี่ยม
การทำให้การย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้งด้วยความร้อนที่เสียไปจากโรงงานกำลังไฟฟ้าและความร้อนที่รวมกัน
ทั้งนี้ได้มีการพิจารณาและคิดหาวิธีว่าสามารถที่จะทำให้
”การย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้ง” แห้งได้อย่างไรโดยปราศจากแอมโมเนีย Ludger Möllenbeck ได้มีความคิดในการใช้อุโมงค์ลมเป่าแห้งขึ้น ด้วยอุโมงค์ลมเป่าแห้งไม่ใช่สิ่งใหม่อีกต่อไปแต่เป็นสิ่งที่หลักๆ ที่ใช้ในการทำให้มูลสัตว์ให้แห้งจากโรงงานก๊าซชีวภาพเป็นการประยุกต์ใช้ใน สาขาใหม่
ด้วยการร่วมมือกันกับบริษัท Big Dutchman ได้มีการก่อสร้างอุโมงค์ลมเป่าแห้งขึ้นด้วยขนาดความยาว 25 เมตร จำนวน 10 ชั้น เพื่อที่จะสามารถดำเนินการย่อยสลายมูลสัตว์ได้มากสุดถึง 8 เปอร์เซ็นต์ มันจะถูกผสมและทำให้แห้งก่อนที่จะถูกเกลี่ยให้กระจายทั่วกันบริเวณชั้นบน ด้วยระบบเกลียวเกลี่ย ช่วยให้แน่ใจว่ามีการกระจายมูลสัตว์แห้งได้อย่างสม่ำเสมอและแห้งทั่วกัน มูลสัตว์ผ่านอุโมงค์ ด้วยสายพานลำลียง ซึ่งจะถูกปล่อยให้แห้งและมีการเติมใหม่อย่างต่อเนื่อง ความร้อนจากของเสียที่รวมกันระหว่างโรงงานผลิตความร้อนและไฟฟ้าถูกใช้สำหรับ ให้ความร้อนโดยการดูดอากาศที่อุ่นด้วยพัดลม สิ่งนี้ช่วยให้สามารถอากาศไหลผ่านทุกชั้นได้ด้วยแรงดันแบบลบ
สายพานลำเลียงมูลสัตว์ช่วยให้แนใจได้ว่าไม่เพียงแต่อากาศอุ่นที่เคลื่อนผ่านมูลสัตว์เท่านั้นแต่ได้ซึมผ่านด้วย
เพื่อที่จะให้ส่วนประกอบ(material)แห้งซึ่งมันจะถูกเก็บไว้ในอุโมงค์โดยใช้ เวลาหนึ่งหรือสองวัน หลังจากนั้นส่วนประกอบจะเป็นสสารแห้งปริมาณ 85 ถึง 90 เปอร์เซนต์และสามารถใช้เป็นสารประกอบโปแตสเซียมและปุ๋ยฟอสเฟตที่มีประโยชน์ อย่างมาก
สรุป
การย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้งจากโรงงานก๊าซชีวภาพได้เป็นทางเลือกใหม่ให้กับ ทุกๆ พื้นที่ในฟาร์มที่มีการกสิกรรมอย่างหนาแน่น มูลสัตว์ที่แห้งและน้ำหนักเบาสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้
การย่อยสลายมูลสัตว์แบบแห้งไม่เพียงแต่เป็นที่ยอมรับสำหรับสิ่งแวดล้อมเท่า นั้นด้วย แต่รูปแบบการย่อยทางชีวภาพที่ไม่ต้องมีระบบน้ำทิ้ง ยังเพิ่มกำไรให้กับโรงงานก๊าซชีวภาพได้อีกด้วยเพราะน้ำทั้งหมดระเหยออกไปใน อุโมงค์เป่าแห้งโดยไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการย่อยแบบหมักเช่นที่ผ่านมา
Dipl.-Ing. agr. Janett Peschel
Big Dutchman International GmbH



