พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจกับลูกค้าของเรา
เริ่มจากฟาร์มเล็กๆ แบบครอบครัวกลายเป็นฟาร์มสัตว์ปีกในเชิงพาณิชย์ พวกเราเป็นฝ่ายจัดหาอุปกรณ์ให้แก่ผู้ใช้ – ทุกภูมิภาคในโลกนี้ Big Dutchman เป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์โรงเรือนทุกชนิดให้แก่ผู้ใช้มากกว่าหมื่นราย แม้ว่าฟาร์มที่เลี้ยงจะมีขนาดเป็นหมื่นตัว สองหมื่นตัว สองแสนตัวหรือสองล้านตัว เราก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างอะไร เพราะสิ่งที่เราเน้นคือคุณภาพเป็นสำคัญ ไม่ใช่ปริมาณเท่านั้น และพวกเรามีทางออกสำหรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งปัญหาเหล่านั้นส่วนมากก็ได้ทำการติดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถดูตัวอย่างได้จากที่นี่:
โรงเรือนหลังใหม่สำหรับการเลี้ยงไก่งวงจำนวน 8,500 ตัว
อุปกรณ์โรงเรือนทันสมัย

จากคำกล่าวที่ว่า“ถ้าไม่เสี่ยง ก็ไม่มีอะไรได้มา” Andrea และ Rüdiger Lämmle จาก Baden-Württemberg ในประเทศเยอรมนีได้วางแผนสำหรับการก่อสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่งวงหลังใหม่ พวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ใช่ระบบดูดอากาศแบบเดิมเนื่องจากมันไม่สามารถเลี้ยง ไก่งวงได้อย่างหนาแน่นมากนักในช่วงไก่รุ่น ซึ่งระบบดูดอากาศแบบใหม่ให้ผลที่แตกต่างในด้านของแรงงาน ความสะอาด รวมทั้งสภาพแวดล้อมในโรงเรือน ช่วยให้ทำกำไรได้มากขึ้น สำหรับโครงการนี้ครอบครัว Lämmle ได้ติดต่อซื้ออุปกรณ์กับบริษัท Lower Saxnomy ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าของ Big Dutchman ทั้งนี้สามารถเยี่ยมชมโรงเรือนหลังใหม่พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ภายในที่ทันสมัย และได้มาตรฐานได้ ณ วันเปิดที่ฟาร์ม Lämmle

จากซ้ายไปขวา: Rüdigerและ Andrea Lämmle Hermann-Gerd Roter (Big Dutchman)
หลังคาคือเพดาน
โรงเรือนหลังใหม่ก่อสร้างแบบสมัยใหม่ขนาด 57 * 16 เมตร โครงสร้างของเหล็กเป็นแบบชุบสังกะสีสองด้าน โดยหลังคาไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติม ไก่งวงถูกเลี้ยงในโรงเรือนเลี้ยงไก่เป็นเวลา 5 อาทิตย์ และหลังจากนั้นจึงย้ายไก่งวงไปโรงเรือนหลังใหม่เป็นเวลาทุกๆ 9 อาทิตย์ตามระบบการหมุนเวียน ซึ่งส่งผลให้ช่วงเวลาปลอดไก่น้อยลงทำให้โรงเรือนเลี้ยงของ Lämmle มีประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม
จุดเด่นของสินค้าจากผู้นำตลาดโลก
สินค้าใหม่ นวัตกรรม ตามสัญญา:ปล่องดูดอากาศเข้า Fumus
ฟาร์ม Lämmle เปิดตัวในประเทศเยอรมนี: Fumus อุปกรณ์ทำให้อากาศบริสุทธิ์ของ Big Dutchman ผู้นำสินค้าใหม่สู่ตลาด เป็นปล่องดูดสำหรับแรงดันลบ คงที่และเพิ่มขึ้น ได้ติดตั้งครั้งแรกในประเทศเยอรมนี ลักษณะเฉพาะ: อัตราการผสมอากาศภายในโรงเรือนโดย chimney จะมีการปรับระดับโดย servomotor โดยปริมาณอากาศขึ้นอยู่กับตำแหน่งช่องเปิด ทั้งนี้ระบบสามารถทำงานได้ตามความต้องการไม่ว่า อากาศจะเป็นแบบผสม หรือแบบหมุนเวียนโดยไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศอีกด้วย
ฟาร์ม Lämmle ได้ติดตั้งตาข่ายกับปล่องดูดควันเพื่อป้องกันนกและใบไม้ด้วย

Fumus ปล่องดูดอากาศเข้า

Fumus ปล่องดูดอากาศเข้าและตาข่ายป้องกัน
ง่ายต่อการให้อาหารและการดูแลรักษาความสะอาด: AugerMatic และ TruPan
ระบบให้อาหารสัตว์ AugerMatic พร้อมจานให้อาหาร TruPan ทำให้แน่ใจได้ว่าไก่สามารถกินอาหารได้อย่างง่ายดายและป้องกันการสูญเสีย อาหารอีกด้วย ลักษณะเฉพาะ: TruPan เป็นจานให้อาหารแบบต่ำสามารถทำความสะอาดได้ง่ายและสะอาดทุกส่วน ทั้งนี้ TruPan ยังมีลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้การทำงานของผู้เลี้ยงไก่งวงสะดวก ขึ้นคือ ระบบทั้งหมดสามารถดึงขึ้นเพดานได้เมื่อต้องการ ซึ่งช่วยทำให้สามารถทำความสะอาดบริเวณพื้นของโรงเรือนได้ง่ายและสะอาดหมดจด ด้วย

Augermatic และ ระบบให้อาหารสัตว์ TruPan (ถูกยกขึ้น)
ความร้อน? ไม่มีปัญหาใดๆ กับเครื่องพ่นละอองไอน้ำ
ด้วยระบบเครื่องพ่นไอน้ำ ผู้เลี้ยงไก่งวง Baden-Württemberg ได้ตัดสินใจใช้ระบบการระเหยแรงดันอย่างสูงเพื่อช่วยให้โรงเรือนเย็นลงและมี ความชื้นเพิ่มขึ้น ด้วยหัวพ่นแรงดันสูงละอองไอน้ำขนาดไมครอนสามารถดูดซึมอากาศร้อนภายในโรง เรือนได้ทันที ช่วยให้ความชื้นเพิ่มขึ้น ส่วนความร้อนที่อยู่ภายในโรงเรือนจะระเหยเป็นไอทำให้อุณหภูมิลดลงภายในสอง สามนาที

เครื่องพ่นละอองไอน้ำขณะทำงานอยู่
เพื่อการควบคุมสิ่งแวดล้อมและผลผลิตได้อย่างถูกต้อง: ไวเปอร์ใช้ได้กับทุกสภาวะ
ไวเปอร์ คอมพิวเตอร์ควบคุมสภาวะอากาศและผลผลิตออกแบบโดยบริษัท Big Dutchman เพื่อรองรับสภาวะอากาศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโรงเรือน ระบบควบคุมอากาศเข้าและปล่อยอากาศเสียภายในโรงเรือนและอุณหภูมิภายนอกตาม อายุของไก่ ในขณะเดียวกัน ไวเปอร์ จะบันทึกข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลผลิต การเจริญเติบโต การใช้อาหารและน้ำ คลอบคลุมไปถึงข้อมูลอื่นๆ ทั้งหมดที่จำเป็น
ทั้งนี้ครอบครัว Lämmle สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ใดที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วด้วย ผลที่ได้รับ:
ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของไก่ส่งผลให้ได้กำไรสูงขึ้น

Viper
รูปภาพเพิ่มเติม

ซ้าย: ระบบให้อาหารสัตว์ Augermatic กับ TruPan;
ขวา: อุปกรณ์นำอากาศเข้า Fumus

Tru Pan

ซ้ายบน: ปั๊มสำหรับเครื่องพ่นละอองไอน้ำ;ขวา: อุปกรณ์เครื่องกรองสำหรับเครื่องผสมยา

ขวา: เครื่องผสมยา
การผลิตไก่เนื้อพ่อแม่พันธุ์ที่ประสบความสำเร็จในเมือง ประเทศเยอรมนี
โรงเรือนใหม่ 2 หลัง : ไก่พ่อแม่พันธุ์จำนวน 21,000 ตัว

จนกระทั่งปัจจุบัน นับเป็นเวลาหลายปีที่อุปกรณ์โรงเรือนของ Big Dutchman ได้รับการยอมรับ ทั้งในเรื่องคุณภาพและความทันสมัย สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความมั่นใจแก่ครอบครัวของคุณRuberg จากเมือง Neulehe ประเทศเยอรมนี ในการตกลงซื้อโรงเรือนไก่เนื้อพ่อแม่พันธุ์จำนวน 2 หลังเพื่อการฟักไข่ ในวันเปิดฟาร์มซึ่งจัดโดยครอบครัว Ruberg และบริษัทที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างโรงเรือน ได้มีผู้เข้าเยี่ยมชมประมาณ 300 ท่าน
หลายปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของไก่พ่อแม่พันธุ์: แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญคือสุขภาพของสัตว์และโรงเรือนที่ถูกสุขอนามัย เช่นเดียวกับการให้อาหารและน้ำ การจัดการและสภาวะอากาศในโรงเรือน พร้อมกับการออกแบบที่วางไข่อย่างถูกต้อง ความต้องการทั้งหมดนี้ ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการจัดการโรงเรือนไก่พ่อแม่พันธุ์สมัยใหม่ให้มี ประสิทธิภาพสูง ด้วยประสบการณ์ที่ชำนาญกว่าหลายปีของ Big Dutchman ทำให้ความต้องการต่าง ๆ นั้นไม่เป็นปัญหาใดๆ: ด้วยอุปกรณ์โรงเรือนที่สามารถจัดการภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ ไก่ สามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างพึงพอใจ สำหรับการไก่ย้ายเข้าไปในโรงเรือนขนาด 105 x 14 เมตร ได้ภายในสัปดาห์ที่ 16 และสัปดาห์ที่ 18 ตามลำดับ
ส่วนสำคัญของระบบ คือที่วางไข่แบบ MB ซึ่งเรียงกันเป็นกลุ่ม และมีระบบต้อนไล่ซึ่งทำให้ไก่ไม่สามารถเข้าไปนอนหรือกกไข่ในบริเวณที่วางไข่ ได้ ส่งผลให้บริเวณวางไข่สะอาดอยู่เสมอ นอกจากนี้ประตูทางเข้าที่วางไข่ยังเป็นบันไดแบบแผ่นเปิด ทำให้ไม่มีมุมอับ จึงปราศจากการเกิดไร สิ่งนี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ที่วางไข่ถูกสุขลักษณะ ด้วยระยะทางในการลำเลียงไข่ที่สั้น ช่วยให้แน่ใจได้ว่าสามารถรักษาคุณภาพของไข่ไว้ได้และมีจำนวนไข่แตกเพียงเล็ก น้อยเท่านั้น
ระบบที่วางไข่แบบ MB เรียงชั้นเดียว (โรงเรือนที่ 1)
ที่ถ่ายมูลขนาดกว้าง 3 เมตร ทำด้วยแผ่นพลาสติก Integra ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะ ช่วยให้มูลไก่ถ่ายเททะลุผ่านได้เป็นอย่างดี สร้างความสะอาดและสุขลักษณะอนามัยที่ดีสำหรับไก่ ในขณะเดียวกัน แผ่น Integra ก็ออกแบบมาเพื่อให้ไก่สามารถเดินได้อย่างสบาย
ขวา: แผ่นพลาสติก Integra (โรงเรือนที่ 1)
การให้อาหารไก่ถูกกำหนดโดยการแบ่งตามเพศ สำหรับไก่ตัวเมีย อาหารถูกลำเลียงด้วยระบบให้อาหารสัตว์ REPROMATIC ซึ่งพัฒนาโดย Big Dutchman ที่รวมข้อดีของการให้อาหารแบบโซ่และจานเข้าด้วยกัน โรงเรือนทั้งสองของครอบครัว Ruberg แต่ละโรงเรือนได้ติดตั้งอุปกรณ์ Repromatic loops จำนวน 4 ชุด โดยมีเป้าหมายหลักในช่วงการผลิต คือกระตุ้นการพัฒนาของไก่เพื่อที่ไก่ทั้งหมดจะเริ่มออกไข่พร้อมกัน อย่างไรก็ตามเพื่อให้เป้าหมายเป็นไปตามที่กำหนดไว้จึงจำเป็นต้องรักษา เงื่อนไขดังต่อไปนี้: พื้นที่ให้อาหารที่เพียงพอ และปริมาณอาหารในจานที่สม่ำเสมอ ในสภาพแวดล้อมนี้ จานให้อาหาร FluxxBreeder ของ Big Dutchman จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด: ด้วยช่องให้อาหารจำนวน 16 ช่อง จึงสามารถตอบสนองต่อความต้องการอาหารของไก่จำนวนมาก ทั้งยังสามารถปรับพื้นที่ในการให้อาหารได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความกว้าง หรือความสูง ของช่องอาหารแต่ละช่อง จึงเกิดการกระจายอาหารที่ดี ยิ่งกว่านั้นการใช้งานก็เป็นไปอย่างง่ายดาย ข้อดีเพิ่มเติม: ระหว่างการให้อาหาร ไก่สามารถเดินไปทางด้านหลัง และออกไปอยู่ระหว่างจานอาหาร โดยไม่ก่อให้เกิดการรบกวนระหว่างไก่ด้วยกัน
ขวา :สองในสี่ของ REPROMATIC-loops และ FluxxBreeder ระหว่างท่อลำเลียงอาหารและตาข่าย (โรงเรือนที่ 1)
สำหรับไก่ตัวผู้ เพื่อให้แน่ใจว่าอัตราการเจริญเติบโตของไก่เป็นไปตามความต้องการ การให้อาหารในปริมาณที่เพียงพอจึงถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น MALE PAN จานอาหารสำหรับไก่ตัวผู้ จะถูกติดตั้งเป็น 2 แถวต่อโรงเรือน Big Dutchman เสนอทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ โดยไก่ตัวผู้จะสามารถรับอาหารที่กำหนดไว้ด้วยปริมาณที่แม่นยำ และด้วยสูตรอาหารที่ต่างกันกับอาหารของไก่ตัวเมีย นอกจากนี้ยังสามารถยกแถวจานอาหารดังกล่าวให้สูงขึ้นได้ จึงเป็นการป้องกันไม่ให้ไก่ตัวเมียเข้าถึงจานอาหารของไก่ตัวผู้ได้ Big Dutchman ยังตระหนักถึงความสะอาดเป็นอย่างยิ่ง โดยการออกแบบจานอาหารทั้งสองชนิดให้ง่ายต่อการทำความสะอาดและสามารถทำความ สะอาดได้อย่างหมดจด การให้น้ำแก่ไก่ สามารถทำได้โดยการลำเลียงน้ำผ่านท่อน้ำไปยังแถวทั้งสอง ซึ่งไก่สามารถรับน้ำได้ด้วยจุ๊บน้ำแบบกลมชนิด JUMBO
พื้นที่ว่างมากขึ้นสำหรับไก่: หลังการให้อาหาร แถวของจานอาหารจะถูกยกขึ้นโดยอัตโนมัติ ผนังด้านซ้าย: จานอาหารสำหรับไก่ตัวผู้ MALE PAN (โรงเรือน 1)
เพื่อการควบคุมกระบวนการให้อาหารอย่างแม่นยำ Big Dutchman ได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นโดยเฉพาะสำหรับการผลิตไก่เนื้อ: ฟาร์ม Ruberg ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ MC95 ในการควบคุมการให้อาหารและปริมาณอาหารให้เป็นไปตามที่กำหนด
ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ Viper ในการควบคุมสภาวะอากาศและผลผลิต โดยคอมพิวเตอร์ชนิดนี้สามารถใช้ควบคุมการระบายอากาศได้ทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นการระบายอากาศแบบด้านข้าง แบบอุโมงค์ลม หรือแบบ combi – tunnel โดยควบคุมการดึงอากาศบริสุทธิ์เข้ามาภายในโรงเรือน และปลดปล่อยอากาศเสียออกจากโรงเรือนภายในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ต้องให้สมดุลกับอุณหภูมิภายใน-ภายนอกโรงเรือน และอายุของไก่ ระบบคอมพิวเตอร์ Viper จะบันทึกข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับผลผลิต เช่น การเจริญเติบโต การใช้อาหารและน้ำ รวมถึงฟังก์ชั่นการผลิตที่สำคัญอื่นๆด้วย หมายความว่าคุณ Rubergs สามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจัดการต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ โดยที่ระบบคอมพิวเตอร์จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นได้ทันที ผลที่ได้รับ: พฤติกรรมไก่ดีขึ้น ส่งผลให้ด้านเศรษฐกิจดีขึ้นด้วย จุดสุดท้ายที่สำคัญก็คือความต้องการด้านแรงงานน้อยลงสำหรับครอบครัวของคุณ Ruberg ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Viper และ MC65 ซึ่งช่วยควบคุมการให้อาหารสัตว์และการระบายอากาศเป็นไปอย่างอัตโนมัติ จึงช่วยประหยัดเวลาได้เป็นอย่างดี!

Viper คอมพิวเตอร์ควบคุมสภาวะอากาศและผลผลิต
เพื่อตอบสนองความต้องการ ให้การถ่ายเทอากาศบริสุทธิ์ภายในโรงเรือนเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ Big Dutchman จึงคิดค้นอุปกรณ์ให้ความร้อน ที่ช่วยให้เกิดการถ่ายเทอากาศที่บริสุทธิ์ ทำให้อุณภูมิภายในโรงเรือนสม่ำเสมอ และคุณภาพอากาศภายในโรงเรือนเหมาะสมสำหรับไก่ การทำให้เกิดการถ่ายเทอากาศบริสุทธิ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นโดยการควบคุมให้ flange inlets ซึ่งจะถูกติดตั้งระหว่างผนังด้านในกับด้านนอกของโรงเรือนอยู่ในสภาวะการ ระบายอากาศ ขณะความดันอากาศเป็นลบ ในวันที่ร้อนมากๆ ชัตเตอร์ทำงานโดยการเปิด-ปิด เพื่อให้อากาศเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว (windchill – effect) ส่งผลให้เกิดการปลดปล่อยอากาศเสียออกทางหน้าจั่วของโรงเรือนและทาง อ่างอาบน้ำ อุณหภูมิที่เหมาะสมในโรงเรือนถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับสุขภาพและ พฤติกรรมที่ดีของไก่ ซึ่งแน่ใจได้ว่าอุปกรณ์ให้ความร้อน JET MASTER สามารถทำให้เกิดภาวะดังกล่าวได้ อุปกรณ์ชิ้นนี้ทำงานโดยใช้ก๊าซธรรมชาติหรือโพรเพน เพื่อทำให้อากาศภายในโรงเรือนอบอุ่น

JET MASTER
ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัว Ruberg ได้ตัดสินใจติดตั้งอุปกรณ์จาก Big Dutchman เพิ่มเติม: ไซโลสำหรับเก็บอาหารจำนวน 2 ชุด ไซโลแบบรายวัน 2 ชุด ชุดชั่งน้ำหนักอาหาร ชุดชั่งน้ำหนักไก่ และระบบลำเลียงไข่แบบขวางหน้าเล้าขนาดบรรจุไข่ได้ 350 ใบ เพื่อช่วยในการเพิ่มผลกำไรที่มากยิ่งขึ้น
lจากซ้ายไปขวา: Hermann-Gerd Roter และ Werner Meckelnborg (บริษัทBig Dutchman) กับครอบครัว Ruberg
รูปภาพเพิ่มเติมจากโรงเรือนของ Ruberg 1:
รูปภาพเพิ่มเติมจากโรงเรือนของ Ruberg 2:
สหกรณ์ไก่ไข่ 3 แห่ง
นาดี พันธุ์ดี มุ่งสู่ความเป็นเลิศ

สหกรณ์ไก่ไข่ 3 แห่ง จับมือร่วมลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ทำฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ ผลิตลูกไก่ไข่ป้อนให้สมาชิกของสหกรณ์และตลาดทั่วไป โดยปฏิรูปการจัดการฟาร์มและใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยระบบกรงซ้อนและตู้ฟักระบบซิงเกิลสเตจ
มาโนช ชูทับทิม ประธานสหกรณ์ไก่ไข่จังหวัดฉะเชิงเทรา และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่นาดี พันธุ์ดี จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อตัดวงจรอุบาทว์ ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ประสบมาตลอด คือ ปัญหาลูกไก่ราคาแพง ในขณะที่ไข่มีราคาถูก ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ขายลูกไก่ไข่ ยังบังคับขายอาหารไก่ให้เกษตรกรซื้อพร้อมกับลูกไก่ด้วย
ลูกไก่ขาดแคลนและมีราคาแพง ประกอบกับนโยบายการขายที่ไม่เป็นธรรม เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟาร์มขนาดเล็ก และขนาดกลางต้องเลิกกิจการไปในปี 2546
หลังจากความพยายามร้องเรียนเพื่อขอความช่วยเหลือจากทางราชการไม่เป็นผล เกษตรกรผู้คร่ำหวอดในวงการไก่ไข่และสมาชิกสหกรณ์ไก่ไข่เชียงใหม่ – ลำพูน สหกรณ์ไก่ไข่ชลบุรี และ สหกรณ์ไก่ไข่ฉะเชิงเทราจึงรวมตัวกันลงทุนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
หลังจากได้รับอนุมัติโควต้านำเข้าลูกไก่พ่อแม่พันธุ์จากกรมปศุสัตว์แล้ว ทางกลุ่มจึงเริ่มก่อสร้างฟาร์ม และนับเป็นการตัดสินใจที่ถูกและได้จังหวะดี เนื่องจากเป็นช่วงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราดี เนื่องจากเป็นช่วงที่ลูกไก่มีราคาแพง
ลูกค้าของฟาร์มเป็นสมาชิกของสหกรณ์ชลบุรี ฉะเชิงเทรา เชียงใหม่ และตลาดทั่วไป ราคาขายจะเป็นราคาเดียวกับราคาตลาด แต่สมาชิกจะได้รับเงินปันผลถ้าบริษัทมีกำไร

น.สพ.พรศักดิ์ หิรัญพัทรวงศ์ มาโนช ชูทับทิม สมบูรณ์ โอฐเวศน์ บุญยง ตรีไตรราศี
บุญยง ตรีไตรราศี ประธานสหกรณ์ไก่ไข่ชลบุรี และผู้ร่วมก่อตั้งนาดี พันธุ์ดี ฟาร์ม กล่าวว่า เกษตรกรประสบปัญหาเรื่องราคาผันผวน และลูกไก่คุณภาพต่ำมานานแล้ว แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า พวกเขาจะมีอำนาจต่อรองกับตลาด
“เราต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ก่อน แล้วค่อยช่วยเหลือผู้อื่น” คุณบุญยง กล่าว
“กว่าจะมาถึงจุดนั้นได้ เราต้องปรับปรุงคุณภาพทั้งเรื่องพ่อแม่พันธุ์ และโรงฟัก เรามีแผนจะส่งออกในอนาคตด้วย” คุณบุญยง กล่าว
ฟาร์มนาดี พันธุ์ดี ไม่ได้เป็นธุรกิจที่มุ่งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายหลัก คือ การผลิตลูกไก่ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ การมีโรงเรือนที่ทันสมัย ผนวกกับระบบจัดการโรงฟักและระบบควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐาน จึงรับประกันได้ว่า ลูกไก่ที่ฟาร์มผลิต จะมีประสิทธิภาพการผลิตสูงสุดครบถ้วนตามคุณสมบัติของสายพันธุ์
นอกจากการปันผลกำไรแล้ว คุณภาพและประสิทธิภาพการผลิตของแม่ไก่ที่ยั่งยืน ก็เป็นการคืนกำไรอีกรูปแบบหนึ่งให้กับสมาชิกของสหกรณ์ คุณบุญยงกล่าว
การรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพ
ฟาร์มตั่งอยู่บนเนื้อที่ 138 ไร่ ห่างจากชุมชนในจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนของสำนักงาน โรงเรือน และ โรงฟัก ตั้งอยู่ห่างจากกัน มีกำแพงกั้นเป็นสัดส่วน จุดฆ่าเชื้อและบ่อจุ่มล้อรถ ตั้งอยู่ที่ประตูทางเข้า รถทุกคันต้องถูกพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าบริเวณฟาร์ม ทั้งพนักงานและผู้เยี่ยมชมฟาร์มต้องอาบน้ำ และเปลี่ยนใส่เสื้อผ้าที่ทางฟาร์มจัดเตรียมไว้ก่อนเข้าสู่บริเวณโรงเรือน
เมื่อเข้าสู่บริเวณโรงเรือน ทุกคนต้องเดินผ่านละอองน้ำยาฆ่าเชื้อและใส่รองเท้าบู๊ตที่ฟาร์มจัดเตรียมไว้ให้ใส่เฉพาะในโรงเรือนนั้น
การออกแบบและการก่อสร้างโรงเรือน มีมาตรฐานเดียวกับโรงเรือนปู่ย่าพันธุ์
ภายในฟาร์ม มีโรงเรือน 4 หลังเป็นโรงเรือนพ่อแม่พันธุ์ 3 หลัง และโรงเรือนไก่รุ่น 1 หลัง โรงเรือนแต่ละหลังมีขนาด 12 *120 เมตร ติดตั้งพัดลมดูดอากาศขนาด 52 นิ้ว 12 ชุด อยู่กลางโรงเรือน เพื่อดูดอากาศเข้ามาในโรงเรือนผ่านแผ่นทำความเย็นที่ติดตั้งไว้ที่ด้านหน้า และด้านท้ายโรงเรือน
ลูกไก่ถูกเลี้ยงในกรงโรงเรือนไก่รุ่นในโรงเรือนขนาด 9 * 70 เมตร จนกระทั้งอายุได้ 16 สัปดาห์ จึงย้ายไปยังโรงเรือนพ่อแม่พันธุ์ซึ่งอยู่ห่างกัน 50 เมตร และห่างจากโรงเรือนไก่รุ่น 100 เมตร
โรงเรือนแต่ละหลัง ติดตั้งเครื่องกกแก๊ส 2 ตัว ซึ่งกระจายความอบอุ่นให้ลูกไก่ที่อยู่ในกรงซ้อนกัน 3 ชั้นได้ทั่วโรงเรือน เครื่องกกช่วยประหยัดแรงงานและแก๊สได้มาก เนื่องจากอุณหภูมิถูกควบคุมโดยเครื่องควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ ระบบกรงซ้อนมีระบบให้อาหารและระบบน้ำดื่มอัตโนมัติ และมีสายพานลำเลียงมูลไก่อยู่ใต้กรง
ฟาร์มเลือกใช้ระบบกรงซ้อนแทนระบบพื้น ด้วยเหตุผลทางสุขอนามัยและการเพิ่มผลผลิตในระยะยาว

เครื่องวัดความชื้นและอุณหภูมิ

ระบบกรงซ้อน 3 ชั้นสำหรับไก่รุ่น Univent

เครื่องกกระบบแก๊ส
การจัดการไก่พ่อแม่พันธุ์และลูกไก่ไข่
สมบูรณ์ โอฐเวศน์ ผู้จัดการฟาร์ม กล่าวว่า สหกรณ์เลือกใช้ไก่พันธุ์ไฮเซ็ก บราวน์ ใช้วิธีเลี้ยงตัวผู้และตัวเมียรวมอยู่ด้วยกัน และให้อาหารแบบเดียวกันตั้งแต่ไก่อายุ 1 วัน ลูกไก่จะถูกตัดจะงอยปากภายในสัปดาห์แรก ไก่ตัวผู้จะถูกตัดเดือยในสัปดาห์ที่ 8 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวเมียขณะผสมพันธุ์ ซึ่งจะช่วยให้มีการปฏิสนธิดีในระยะยาว
มีการชั่งน้ำหนักไก่เป็นประจำ เพื่อตรวจสอบความสม่ำเสมอของการเติบโตของฝูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อไก่เข้าสู่วัยรุ่นและช่วงก่อนออกไข่สูงสุด และใช้โปรแกรมแสงสว่างเพื่อกระตุ้นให้ไก่มีน้ำหนักตามเป้า ความเข้มของแสงอยู่ที่ 20 ลักซ์ในช่วงสัปดาห์แรก และลดลงเป็น 10 ลักซ์จากต้นสัปดาห์ที่ 2 – 4 ลดลงเหลือ 6 ลักซ์ในสัปดาห์ที่ 5-17 และเพิ่มขึ้นเป็น 10 ลักซ์ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 18 เป็นต้นไป ในช่วงวางไข่นั้น ไก่ได้รับแสงนาน 16 ช.ม. ต่อวัน

ตู้ฟัก

ท่อน้ำร้อนและท่อน้ำเย็นภายในตู้ฟัก

ที่กั้นแสง
ไก่ถูกเจาะเลือดทุกเดือน ในช่วงก่อนวางไข่จนกระทั่งสู่ช่วงผสมพันธุ์และวางไข่ เพื่อเฝ้าระวังเชื้อไมโครพลาสมา
ในสัปดาห์ที่ 17 ความสม่ำเสมอของการเติบโตของฝูงอยู่ที่ 90% น้ำหนักตัวเฉลี่ย 1.6 ก.ก. ไก่วางไข่ครั้งแรกเมื่ออายุได้ 18 สัปดาห์ น้ำหนักตัวในช่วงนี้มีความสำคัญมากต่ออัตราวางไข่ในระยะยาว ไก่ตัวเมียจะถูกแยกกลุ่มตามน้ำหนักตัวเพื่อง่ายแก่การกำหนดปริมาณอาหารที่ ไก่ควรได้รับในแต่ละวัน
ในช่วงก่อนวางไข่ จะมีการสุ่มชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์ และจะลดความถี่ลงหลังจากผ่านช่วงวางไข่สูงสุดไปแล้ว
โรงเรือนแต่ละหลัง จุไก่ 10,000 ตัว ในแต่ละกรงจะมีไก่ตัวผู้ 3 ตัวต่อไก่ตัวเมีย 30 ตัว อัตราความหนาแน่นของไก่ต่อพื้นที่ อยู่ที่ 1 ตัวต่อ 730 ตร.ซม. เพื่อช่วยรักษาอัตราปฏิสนธิให้สูง ฟาร์มจะสับเปลี่ยนไก่ตัวผู้ทั้ง 3 ตัวพร้อมๆกัน และทดแทนใหม่ทั้งชุดเพื่อป้องกันปัญหาไก่จิกตีกัน อัตราตายเฉลี่ย น้อยกว่า 3% ไก่ถูกปลดเมื่ออายุได้ 65-66 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับภาวะตลาด น้ำหนักตัวตอนปลดอยู่ที่ 2.1 ก.ก.

ไก่ตัวผู้สำรอง
อัตราวางไข่สูงสุดอยู่ 96% ตัวต่อโรงเรือน ในขณะอัตราวางไข่โดยเฉลี่ยตลอด 5 เดือน อยู่ที่ 90% ต่อตัวต่อโรงเรือน
ระบบกรง ทำให้เปลือกไข่สะอาด และอัตราการฟักสูงกว่า 97 % เทียบกับอัตราฟัก 92% ของการเลี้ยงบนระบบพื้น นอกจากนี้ ยังช่วยยืดช่วงวางไข่สูงสุดให้ยาวขึ้น และลดอัตราตายด้วย คุณสมบูรณ์ กล่าว
การให้อาหาร
ไก่จะถูกปล่อยให้กินอาหารเอง ไม่เหมือนพ่อแม่พันธุ์ ไก่เนื้อ ซึ่งอ้วนง่ายกว่า ฟาร์มใช้ระบบให้อาหารตามระยะการเติบโตผ่านระบบให้อาหารอัตโนมัติ ปริมาณอาหารเฉลี่ยในช่วงวางไข่อยู่ที่ 110 กรัม/วัน

ระบบให้อาหารแบบโซ่
ในช่วง 3 สัปดาห์แรก ลูกไก่จะได้รับอาหารที่มีส่วนผสมโปรตีน 20% ให้พลังงาน 2975 กิโลแคลอรี/ก.ก. ไก่รุ่นอายุ 4-9 สัปดาห์ ผสมโปรตีนให้ 18% พลังงาน 2,790 กิโลแคลอรี/ก.ก. ช่วงกำลังโตอายุ 10-17 สัปดาห์ จะได้โปรตีน 15.5% พลังงาน 2,750 กิโลแคลอรี/ก.ก. ในช่วงก่อนวางไข่หรือช่วงสัปดาห์ที่ 18-19 จะได้รับโปรตีน 16.5% พลังงาน 2,750 กิโลแคลอรี/ก.ก. ช่วงวางไข่สูงสุด ไก่ได้รับโปรตีน 16.7 พลังงาน 2,775 กิโลแคลอรี/ก.ก. ในช่วงสุดท้ายหรือ เมื่อไก่อายุ ได้ 45 สัปดาห์ โปรตีนจะอยู่ในระหว่าง 16.2-15.3% พลังงานระหว่าง 2,750-2,725 กิโลแคลอรี/ก.ก. เมื่อไก่อายุได้ประมาณ 40 สัปดาห์ จะได้รับอาหารที่มีส่วนผสมของเกล็ดหินปูน เพื่อเพิ่มคุณภาพเปลือก ฟาร์มไม่ใช้เปลือกหอย เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะติดเชื้อซาโมเนลลา
การดูแลไข่ฟักและโรงฟัก
ไข่จะถูกลำเลียงโดยสายพานวันละ 2 ครั้ง ไข่ซึ่งมีไข่แดงแฝดมีรอยแตก รูปทรงบิดเบี้ยว หรือเปลือกบาง จะถูกคัดลอก ไข่จะถูกทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโดยการรมควัน และเก็บไว้ในห้องเย็น ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าของโรงเรือน ห้องเย็นสามารถเก็บไข่ได้ 40,000 ฟอง ที่อุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียส เพื่อชะลอการพัฒนาของตัวอ่อน
บริษัท นาดี พันธุ์ดี เป็นฟาร์มรายแรกๆในประเทศไทย ที่ใช้ตู้ฟักระบบซิงเกิลสเตจ ภายในโรงฟักประกอบด้วยตู้ฟัก 6 ตู้ แต่ละตู้สามารถบรรจุไข่ได้ 57,000 ฟอง ตู้เกิด 4 ตู้ อุปกรณ์ตู้ฟักและ ตู้เกิด ผลิตโดย Pasreform
โรงฟัก (66 ม. * 60 ม.) ติดตั้งเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง ไข่ที่นำเข้าโรงฟักจะผ่านการรมควันฆ่าเชื้ออีกครั้ง ก่อนนำเก็บในห้องเย็น
ฝาผนังและเพดานภายในอาคาร ใช้วัสดุซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อน พื้นโรงฟักเป็นคอนกรีต ผิวเรียบ ซึ่งทำความสะอาดได้ง่าย การก่อสร้างและการเลือกใช้วัสดุภายใน คำนึงถึงความทนทานต่อการล้างและการฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง มีการติดตั้งท่อระบายน้ำทั่วโรงฟัก โดยแยกท่อระบายน้ำจากส่วนสะอาดและส่วนสกปรกออกจากกัน
การป้องกันการปนเปื้อนเป็นหัวใจของการออกแบบโรงฟัก ขั้นตอนการทำงานจะเริ่มจากส่วนสะอาดไปยังส่วนสกปรก โดยในบริเวณพื้นที่สะอาดไปยังส่วนสกปรก โดยในบริเวณพื้นที่สะอาดและบริเวณเก็บไข่ จะมีแรงดันอากาศเป็นบวก โรงฟักสามารถรองรับการผลิตลูกไก่ 50,000 ตัว/สัปดาห์ ไข่ถูกนำเข้าฟักอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ไข่จะถูกเก็บไว้ในห้องเย็น ที่อุณหภูมิ 16 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4 วันโดยมีความชื้นสัมพัทธ์ 75-80% เพื่อลดการระเหยของน้ำ ไข่จะถูกตั้งอยู่ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง ก่อนนำเข้าฟัก
ไข่ที่นำมาฟัก เป็นไข่จากแม่ไก่อายุ 23 สัปดาห์โดยมีน้ำหนักไข่เฉลี่ย 50 กรัม มีอัตราการฟัก 85-86%
ไข่จะถูกนำออกจากตู้ฟักในวันที่ 18 และถูกคัดก่อนนำเข้าตู้เกิดซึ่งจะใช้เวลาอีก 3 วัน จากนั้นจะมีการสุ่มตอกไข่เชื้อเพื่อตรวจสอบการปฏิสนธิและการฟัก
ลูกไก่ที่ฟักแล้ว จะถูกนำไปคัดเกรดในห้องซึ่งติดตั้งระบบปรับอากาศด้วยระบบการระเหยของไอน้ำ เพื่อให้ลูกไก่อยู่สบาย
ลูกไก่ตัวเมียจะถูกแยก และคัดเกรด ส่วนลูกไก่ตัวผู้จะถูกกำจัดทิ้ง ลูกไก่จะได้รับวัคซีนป้องกันโรคมาเร็กซ์ ก่อนนำส่งลูกค้าที่เชียงใหม่ ฟาร์มจะจัดส่งลูกไก่โดยทางอากาศ
มีการรักษาความสะอาดและมาตรการการรักษาความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างเคร่งครัด ภายในโรงฟัก พนักงานจะต้องอาบน้ำและสวมชุดปฏิบัติงานในโรงฟักก่อนเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติ งาน ทางบริษัทจำกัดจำนวนบุคคลภายนอกที่เข้าสู่โรงฟักให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น
Big Dutchman แสดงความสามารถที่โดดเด่นอีกครั้งหนึ่ง
300,000 ไก่งวงเพศเมีย: โครงการที่ Malaga

การเริ่มต้นของฟาร์มไก่งวงที่ทันสมัยของบริษัท Procavi S.L ได้รับการยืนยันจากแขกผู้มีเกียรติมากมายที่เข้าร่วมใน Campillos (Málaga) ของประเทศสเปน โครงการนี้ได้รับความสำเร็จอย่างมากมาย ด้วยการเลี้ยงสัตว์และฟาร์มพ่อแม่พันธุ์สำหรับไก่เป็นจำนวนเกือบ 300,000 ตัว ที่ซึ่งเป็นฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดฟาร์มหนึ่งในประเทศสเปน การก่อตั้งเล้าทั้งหมด 12 หลัง Big Dutchman Iberica ได้แสดงความสามารถที่โดดเด่นทางด้านการผลิตเนื้อสัตว์ปีกอีกครั้งหนึ่ง
Procavi, S.L. เป็นของ Fuertes Gruppe ผู้ผลิตเนื้อรายใหญ่ที่สุดของประเทศสเปน แขกผู้เข้าร่วมไม่ใช่เพียงแค่ครอบครัว Fuertes เท่านั้น แต่ยังรวมถึง Mayor Pedro Durán ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและบริษัทการเงินร่วมในการก่อสร้างด้วย
ฟาร์มแห่งนี้ติดตั้งด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดของ Big Dutchman จานให้อาหาร TruPan นวัตกรรมนี้ถูกติดตั้งบนพื้นที่ส่วนบนโดยรวม 20,000 ตารางเมตรรวมกับอุปกรณ์อื่นๆ จานให้อาหารTruPan ของ Big Dutchman เป็นจานอาหารที่ใช้กันอย่างกว้างขวางสำหรับไก่งวง จากไก่รุ่นน้ำหนัก 23 กก. Penduval เป็นระบบให้น้ำรุ่นใหม่ล่าสุดของ Big Dutchman ซึ่งเหมาะสมที่สุดสำหรับการเลี้ยงไก่งวงเช่นเดียวกับช่วงปลดไก่ที่ซึ่งมีน้ำ ดื่มที่ถูกสุขลักษณะ
โครงการของเราในเดือนนี้
การก่อสร้างโรงเรือนสำหรับแม่สุกรในประเทศโครเอเชีย

เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเปิดฟาร์มแม่สุกรและลูกสุกรแห่งใหม่ขึ้นที่เมือง Legrad ประเทศโครเอเชีย โดยมีผู้เข้าร่วมงาน “พิธีเปิดฟาร์ม”มากกว่า 500 ท่านทั้งจากต่างประเทศและในประเทศโครเอเชียเอง เพื่อร่วมฟังโครงการโรงเรือนต่างๆ ของทางฟาร์ม
โรงเรือนแห่งใหม่นี้ถูกก่อสร้างโดยช่างผู้รับเหมาซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น สำหรับอุปกรณ์ที่ทางฟาร์มใช้ตั้งแต่ท่อถ่ายเทมูลสัตว์เหลวจนกระทั่งระบบควบคุมสภาวะอากาศ Big Dutchman เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ให้ทั้งหมด สำหรับการก่อสร้างโรงเรือน มีผู้จัดการโครงการท้องถิ่นที่มากด้วยประสบการณ์เป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานก่อสร้างโรงเรือนแห่งนี้ ซึ่งจำเป็นต้องรับผิดชอบต่อข้อซักถามต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องแบบแปลนของโรงเรือนและส่วนการก่อสร้างของเพดานโรงเรือน และตอนท้ายสุดคือการตอบรับงานเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ผลลัพท์ที่ได้คืองานก่อสร้างโรงเรือนสามารถดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อย การจัดการและการออกแบบโรงเรือนที่ถูกต้อง รวมทั้งการเลือกใช้อุปกรณ์โรงเรือนอย่างเหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับในแต่ละโรงเรือน: 1. ส่วนบริการ ส่วนบริการถูกติดตั้งด้วยคอกสุกรและ เกษตรกรสามารถที่จะสำรวจและควบคุมสัตว์แต่ละตัวได้ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ประตูสามารถเปิดปิดได้ทั้งด้านในและด้านนอก การให้อาหารสัตว์ตามแต่เครื่องให้อาหารแม่สุกร
1. ส่วนบริการ
ส่วนบริการถูกติดตั้งด้วยคอกสุกร ซึ่งคอกกั้นสุกรช่วยให้ผู้เลี้ยงสามารถที่จะควบคุมสัตว์แต่ละตัวได้เป็นอย่างดี และด้วยการออกแบบประตูแบบแบ่งครึ่งที่สามารถเปิดปิดได้ทั้งด้านในและด้านนอกช่วยให้การผสมเทียมสัตว์นั้นง่ายขึ้น สำหรับการให้อาหารสัตว์ลำเลียงโดยกล่องให้อาหาร

ส่วนบริการคอกสุกร

คอกกั้นแต่ละตัว; การให้อาหารโดยกล่องให้อาหารแม่สุกร

ประตูแบบแบ่งครึ่งที่สามารถเปิดได้ทั้งข้างในและข้างนอก.

การแพร่อากาศบริสุทธิ์ที่ติดกับผนังโดยแผงทำความเย็น; การดูดอากาศโดย CL 600 ปล่องดูดอากาศ
2. พื้นที่สำหรับสุกรตั้งท้อง
พื้นที่สำหรับสุกรตั้งท้องได้ถูกติดตั้งด้วยระบบการจัดการแบบกลุ่มที่เหมาะสม โดยแต่ละเล้าสามารถเลี้ยงแม่สุกรได้ทั้งหมด 7 ตัว มีการให้อาหารแก่แม่สุกรด้วยระบบให้อาหารแบบ SIMULTAN โดยแม่สุกรแต่ละตัวจะมีที่กินอาหารของมันเอง และแต่ละรางอาหารจะถูกแบ่งโดยผนังกั้นแบบพลาสติกซึ่งมีขนาดยาวประมาณ 60 ซม. ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้สุกรสามารถกินอาหารได้อย่างเงียบๆ แต่ยังป้องกันสุกรก้าวร้าวระหว่างกันในช่วงของการให้อาหารด้วย

พื้นที่สำหรับแม่สุกรตั้งท้อง

ระบบการให้อาหาร SIMULTAN สำหรับแม่สุกรที่ตั้งท้องภายใต้การจัดการแบบกลุ่ม

ระบบให้อาหารเม็ด DRY RAPID

ผนังกั้นพลาสติกยาวประมาณ 60 ซม.สำหรับแต่ละรางอาหาร
3. พื้นที่อนุบาลลูกสุกร
พื้นที่อนุบาลลูกสุกรถูกติดตั้งด้วยแผ่นกันลื่น FLOOPI พื้นพลาสติกที่เหมาะสม ยิ่งกว่านั้น แต่ละโรงเรือนอนุบาลลูกสุกรยังถูกติดตั้งด้วยแผ่นเหล็กและพื้นที่พักผ่อนติดกัน (เล้าแนวตรง) พื้นที่ให้ความร้อนสำหรับลูกสุกรในบริเวณคอกสัตว์ แม่สุกรถูกเลี้ยงโดยกล่องให้อาหารแม่สุกร

พื้นที่อนุบาลลูกสุกร

โรงเรือนอนุบาลลูกสุกร - มาตรฐาน เล้าแนวตรง

การให้อาหารเม็ดโดยกล่องให้อาหารแม่สุกร

ใช้สำหรับการให้อาหารแบบเม็ด รูปภาพแสดงการขับเคลื่อนด้วยสายพานโซ่
4. การเลี้ยงลูกสุกร
คอกสัตว์สำหรับการเลี้ยงลูกสุกรนั้นถูกติดตั้งด้วยพื้นพลาสติก FLOOPI ที่เหมาะสม; การให้อาหารโดยเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ Lean Machine คอมพิวเตอร์ MC 32 สำหรับควบคุมสภาวะอากาศทั้งโรงเรือน แผงทำความเย็น และ CL600 ปล่องดูดอากาศเพื่อให้แน่ใจว่ามีการดูดอากาศเสียและการไหลเวียนของอากาศ บริสุทธิ์

พื้นที่สำหรับเลี้ยงลูกสุกรด้วยเครื่องให้อาหารเม็ด Lean Machine.

ระบบให้อาหารเม็ด DRY RAPID ด้วยการให้อาหาร 2 ทาง.

ทางผ่านในส่วนของ Medicator System และ คอมพิวเตอร์ควบคุมสภาพอากาศ

เครื่องควบคุมสภาวะอากาศโดย MC 32
